ประธานาธิบดี Xi Jinping กำหนดให้การเร่งการบริโภคในประเทศและการผลักดันนวัตกรรม โดยเฉพาะด้านปัญญาประดิษฐ์ เป็นภารกิจหลักของจีนในปี 2026 ขณะพยายามประคองเศรษฐกิจท่ามกลางแรงกดดันชะลอตัว โดยส่งสัญญาณเตรียมมาตรการใหม่ก่อนการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติในเดือนมีนาคมนี้
เดินหน้ากระตุ้นอุปสงค์ในประเทศควบคู่ AI-plus
สาระสำคัญของทิศทางเศรษฐกิจดังกล่าวมาจากคำปราศรัยของ Xi ต่อบรรดารัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับมณฑลในการประชุม Central Economic Work Conference เมื่อเดือนธันวาคม ซึ่งเพิ่งถูกเปิดเผยต่อสาธารณะผ่านบทความในวารสาร Qiushi ของพรรคคอมมิวนิสต์ สะท้อนว่าการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศจะเป็น “สมอหลัก” ของนโยบายเศรษฐกิจปีนี้
Xi ระบุว่าจีนต้องเร่งเพิ่มรายได้ของประชาชนทั้งในเมืองและชนบท ขยายการจัดหาสินค้าและบริการคุณภาพสูง ยกเลิกข้อจำกัดที่ไม่จำเป็นต่อการใช้จ่าย และดึงศักยภาพด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวออกมาใช้ให้มากขึ้น พร้อมเน้นย้ำให้ใช้ประโยชน์จาก “ตลาดขนาดใหญ่มากเป็นพิเศษ” ของประเทศให้เต็มศักยภาพ
ผู้นำจีนยังเรียกร้องให้ปรับปรุงมาตรการเปลี่ยนสินค้าอุปโภคบริโภคเก่าเป็นสินค้าใหม่ และอัปเกรดเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต เพื่อทั้งกระตุ้นการใช้จ่ายของครัวเรือนและเพิ่มการลงทุนของภาคธุรกิจ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับความพยายามของปักกิ่งในการลดการพึ่งพาการลงทุนภาครัฐและภาคอสังหาริมทรัพย์ หันมาพึ่งการบริโภคและเทคโนโลยีมากขึ้น
ในด้านเทคโนโลยี Xi ให้ความสำคัญกับแนวคิด “AI-plus” หรือการผสานปัญญาประดิษฐ์เข้ากับภาคส่วนต่างๆ ของเศรษฐกิจ โดยหวังใช้ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาว ท่ามกลางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับประเทศพัฒนาแล้วและข้อจำกัดจากมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม การทำให้ผู้บริโภคจีนซึ่งยังระมัดระวังการใช้จ่ายกลับมาใช้จ่ายมากขึ้นยังเป็นโจทย์หนัก เนื่องจากยอดขายปลีกปีที่แล้วยังขยายตัวเพียง 3.7% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจรวมที่ 5% สะท้อนว่าการบริโภคยังอ่อนแรงและจำเป็นต้องได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม
สำหรับไทย ทิศทางการกระตุ้นบริโภคในประเทศและการพัฒนา AI ของจีนมีนัยสำคัญต่อการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค การท่องเที่ยวจีนขาออก และความร่วมมือด้านเทคโนโลยี หากมาตรการของจีนช่วยหนุนความเชื่อมั่นผู้บริโภคและการลงทุนเทคโนโลยีในระยะถัดไป ย่อมเปิดโอกาสเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนและดีมานด์สินค้าจากไทย รวมถึงโอกาสเชื่อมโยงธุรกิจดิจิทัลและ AI ระหว่างสองประเทศมากขึ้นด้วย








