เงินเยนอ่อนค่าทะลุระดับ 160 ต่อดอลลาร์สหรัฐในวันพฤหัสบดี แตะจุดอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 ปี และกระตุ้นให้รัฐบาลญี่ปุ่นส่งสัญญาณเตรียม “ดำเนินการเด็ดขาด” เพื่อสกัดการทรุดตัวของค่าเงิน
แรงกดดันจากเงินเฟ้อและตลาดพันธบัตร
การอ่อนค่ารวดเร็วของเยนเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้อจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งกดดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) อายุยาวปรับขึ้นทะลุ 2.5% สูงสุดในรอบเกือบ 30 ปี สะท้อนการคาดการณ์ว่าต้นทุนการเงินในญี่ปุ่นมีแนวโน้มขยับสูงขึ้น
ในช่วงบ่ายการซื้อขายที่โตเกียว เยนอ่อนลงราว 0.7% เคลื่อนไหวบริเวณปลายช่วง 160 เยนต่อดอลลาร์ หลังจากระหว่างการซื้อขายในนิวยอร์กวันพุธ ค่าเงินญี่ปุ่นหลุดระดับ 160 เยนฯ เป็นครั้งแรกในการไต่ระดับรอบนี้ จากแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
สัญญาณแทรกแซงจากทางการญี่ปุ่น
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นระบุถึงสถานการณ์ล่าสุดว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ “รวดเร็วและเกินกว่าเหตุ” พร้อมส่งสัญญาณว่า “เวลาใกล้เข้ามาแล้ว” สำหรับการดำเนินมาตรการที่จำเป็น ซึ่งตลาดตีความว่าเป็นการเปิดทางไปสู่ความเป็นไปได้ในการแทรกแซงค่าเงินผ่านการขายดอลลาร์ซื้อเยน หากการอ่อนค่าทวีความรุนแรง
การอ่อนค่าของเยนสร้างแรงกดดันสองทิศทางต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ด้านหนึ่งช่วยหนุนรายได้บริษัทส่งออก แต่ในอีกด้านเพิ่มต้นทุนการนำเข้าพลังงานและวัตถุดิบ กระพือความเสี่ยงเงินเฟ้อจากต้นทุนที่สูงขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบโลกดีดตัวจากความตึงเครียดในช่องแคบ Hormuz
นัยต่อค่าเงินบาทและเศรษฐกิจไทย
สำหรับไทย การอ่อนค่าลึกของเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในขณะที่เงินบาทผันผวน อาจทำให้เงินเยนต่อบาทอ่อนลงตาม หนุนให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปญี่ปุ่นมีต้นทุนบางส่วนถูกลง แต่ในมุมส่งออก ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากสินค้าญี่ปุ่นที่มีราคาถูกลงในตลาดโลก ขณะเดียวกันหากราคาน้ำมันทะยานตามวิกฤตตะวันออกกลาง จะยิ่งซ้ำเติมต้นทุนพลังงานและขนส่งของธุรกิจไทยเพิ่มเติม








